ยุคสมัยในโลกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราต้องก้าวตามเทคโนโลยีให้ทัน เพื่อที่เราจะได้ไม่เป็นคนที่ตกยุค เป็นธรรมดาของคนรุ่นใหม่ที่จะเห็นว่าไปไหนมาไหนก็จะยกเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาเล่นกันไม่มีเบื่อ หลานๆบ้านนี้ก็เช่นกัน ทุกๆวัน หลานๆของยายกีจะไปนอนเล่นหน้าทีวี ข้างๆยายกี พร้อมทั้งเล่นไอโฟน ไอแพดกันปกติ
วันหนึ่งหลานๆก็นอนเล่นกันปกติ ยายกีถามขึ้นมาว่า ‘เอ็งทำอะไรกัน ส่องตาลปัตรกันทั้งวันเลย มันมีอะไรให้เล่นนักหนาหรอ’ พอเราฟังเราก็ขำ และตลก เราก็ถามยายอีกรอบ ‘เมื่อกี้ยายพูดว่าไรนะ แล้วทำไมต้องเรียกตาลปัตร ยายเรียกไอแพดว่าตาลปัตรหรอ’
หลังจากที่ได้คุยกับยาย เราก็ได้ทราบว่ายายเปรียบเทียบไอแพดกับตาลปัตร เพราะยายไม่รู้จักไอแพด จึงเปรียบเทียบสี่เหลี่ยมที่เห็นหลานๆเล่นกันทุกวันว่า ‘ตาลปัตร’ อาจจะเพราะเห็นว่ามันเป็นสี่เหลี่ยม และเมื่อเรายกไอแพดขึ้นปิดหน้า ทำให้ไม่เห็นหน้าตาเวลาเล่น เหมือนกับตอนที่พระสงฆ์สวดมนต์และมีตาลปัตรปิดหน้า และยายยังเปรียบเทียบไอโฟนกับกระจกด้วย เพราะมันเล็ก เมื่อเรายกขึ้นมาเล่น เหมือนกับคนที่ส่องกระจกตลอดเวลา
เมื่อยายกีเห็นว่าเราเล่นตาลปัตร หรือส่องกระจก บางครั้งยายกีจะถามว่า ‘เอ็งทำอะไรน่ะ ไหนเอามาให้ดูบ้างซิ’ หรือยายกีจะถามว่า ‘ไหนสอนข้าเล่นตาลปัตรบ้างซิ’ บางครั้งลูกหลานบางคนอยากคุยกับยาย คิดถึงยาย อยากเห็นหน้ายาย แต่ไม่ได้อยู่บ้าน ครอบครัวของเราเลือกที่จะใช้การโทรแบบเห็นหน้า โทรหายายกี เพื่อให้ได้คุยกับยาย พร้อมๆกับเห็นหน้ายายกีไปด้วย ซึ่งยายก็จะมีความสุข และยิ้มที่ได้เห็นหน้าลูกหลานผ่านตาลปัตรที่ยายเรียก
… ยายกี ยายกีจะอยู่ในความทรงจำของหนูตลอดไปนะ หนูรักยายกีมากๆๆๆนะ รักนะคะ …


